บทที่ 4 จาก 4 · 2 นาทีในการอ่าน

ดูเทรนด์ด้วย EMA 50/200

ตัวกรองง่ายๆ ที่ช่วยให้เทรดตามตลาด ไม่สวนตลาด

การเทรดตามทิศทางของเทรนด์เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มโอกาสให้ตัวเอง และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แค่สองเส้นก็เพียงพอจะบอกได้ว่าเทรนด์ไปทางไหน

EMA คืออะไร

เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA) คือค่าเฉลี่ยของราคาย้อนหลังตามจำนวนแท่งเทียนที่กำหนด โดยให้น้ำหนักกับแท่งล่าสุดมากกว่า EMA 50 ติดตามเทรนด์ระยะสั้น ส่วน EMA 200 แสดงเทรนด์ระยะยาว บนกราฟ H1 ของเรา เท่ากับประมาณ 2 วันล่าสุด และ 8 วันทำการล่าสุด ตามลำดับ

3 สถานะที่เราใช้

สถานะเงื่อนไขสิ่งที่บ่งบอก
ขาขึ้นราคาอยู่เหนือ EMA ทั้งสองเส้น และ EMA 50 อยู่เหนือ EMA 200มองหาจังหวะซื้อที่แนวรับ
ขาลงราคาอยู่ใต้ EMA ทั้งสองเส้น และ EMA 50 อยู่ใต้ EMA 200มองหาจังหวะขายที่แนวต้าน
ไซด์เวย์กรณีอื่นทั้งหมดลดขนาดสถานะ หรือรอ

ใช้เป็นตัวกรอง ไม่ใช่ตัวสั่งเข้า

สถานะของ EMA ไม่ได้บอกว่าควรเข้าเมื่อไร แต่บอกว่า ควรมองฝั่งไหน ให้ใช้ร่วมกับบทเรียนอื่นๆ:

  1. เช็กสถานะเทรนด์
  2. ตีระดับ Pivot ฝั่งเดียวกับเทรนด์ (PP และ S1 ในขาขึ้น, PP และ R1 ในขาลง)
  3. รอแท่งเทียนยืนยันที่ระดับนั้น
  4. วาง SL เลยระดับนั้นออกไป แล้วคำนวณขนาดสถานะจาก SL
  5. ตรวจสอบว่า R:R อย่างน้อย 1 : 1.5
เส้นค่าเฉลี่ยตามหลังราคา เพราะสร้างจากราคาในอดีต จึงยืนยันเทรนด์หลังจากที่เทรนด์เริ่มไปแล้ว และยังชี้ไปทางเดิมอีกพักหนึ่งหลังเทรนด์จบ ในช่วงที่ราคาวิ่งในกรอบ ราคาจะตัดเส้นไปมา นี่จึงเป็นเหตุผลที่ "ไซด์เวย์" เป็นคำตอบที่ใช้ได้ และมักเป็นจังหวะที่ควรอยู่เฉยๆ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เข้าเทรดเพียงเพราะราคาตัดเส้น EMA
  • สวนเทรนด์ที่ชัดเจนเพราะราคา "ดูสูงเกินไป"
  • เปลี่ยนค่า EMA ทุกครั้งที่เทรดขาดทุน

สรุปประเด็นสำคัญ

  • EMA 50/200 บอกว่าควรเลือกฝั่งไหนของตลาด
  • ไซด์เวย์คือสัญญาณให้ชะลอ
  • เทรนด์ ระดับราคา แท่งเทียน ความเสี่ยง: ตามลำดับนี้
!

เนื้อหาเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดทองคำและ CFD มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงิน