ระดับราคาบอกว่าควรมองตรงไหน ส่วนแท่งเทียนบอกว่าฝั่งซื้อหรือฝั่งขายมาปรากฏตัวที่นั่นจริงหรือไม่ การรู้จักรูปแบบแท่งเทียนเพียงไม่กี่แบบ ช่วยให้คุณรอหลักฐานแทนการเดา
ส่วนประกอบของแท่งเทียน
- ตัวเทียน (Body): ระยะระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด ถ้าปิดสูงกว่าเปิดคือแท่งเทียนขาขึ้น (bullish) ถ้าปิดต่ำกว่าคือแท่งขาลง (bearish)
- ไส้เทียน (Wick/Shadow): ราคาสูงสุดและต่ำสุดที่เกิดขึ้นระหว่างแท่ง แต่ยืนไม่ได้จนถึงตอนปิด
- บนกราฟ H1 แท่งเทียนแต่ละแท่งคือการซื้อขาย 1 ชั่วโมง
3 รูปแบบที่ควรรู้
1. ไส้เทียนปฏิเสธราคา (Pin Bar)
ไส้เทียนยาวอย่างน้อยประมาณสองเท่าของตัวเทียน ชี้เข้าหาระดับราคา ไส้ล่างยาวที่แนวรับแสดงว่าฝั่งขายกดราคาลง แล้วฝั่งซื้อดันกลับขึ้นมา ส่วนไส้บนยาวที่แนวต้านแสดงความหมายตรงกันข้าม
2. แท่งกลืนกิน (Engulfing)
แท่งเทียนที่ตัวเทียนคลุมตัวเทียนของแท่งก่อนหน้าได้ทั้งหมดในทิศตรงข้าม Bullish Engulfing ที่แนวรับ หรือ Bearish Engulfing ที่แนวต้าน แสดงว่าอำนาจการควบคุมเปลี่ยนมือชัดเจน
3. Doji และ Inside Bar
ตัวเทียนที่เล็กมาก หรือแท่งที่อยู่ในกรอบของแท่งก่อนหน้า แสดงถึงความลังเลของตลาด ลำพังตัวมันเองไม่ใช่สัญญาณ แต่บอกให้คุณรอดูแท่งถัดไป
รอให้แท่งปิดก่อน
แท่งเทียนอาจดูเหมือนปฏิเสธราคาสวยงามตอนผ่านไปครึ่งชั่วโมง แล้วปิดออกมาเป็นอีกแบบไปเลยก็ได้ ให้ตัดสินแท่งเทียนหลังจากที่มัน ปิดแล้ว บนไทม์เฟรมที่คุณเทรดเท่านั้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เทรดตามรูปแบบแท่งเทียนทั้งที่ไม่มีระดับราคาอยู่ใกล้ๆ
- ตัดสินใจก่อนที่แท่งจะปิด
- เทรดรูปแบบกลับตัวสวนเทรนด์ที่แข็งแรง
- อ่านแท่งเทียนช่วงข่าวใหญ่ ซึ่งไส้เทียนอาจยาวเพียงเพราะความผันผวน
สรุปประเด็นสำคัญ
- ดูระดับราคาก่อน แล้วค่อยดูแท่งเทียน
- ไส้เทียนปฏิเสธราคาและแท่งกลืนกินบอกว่าใครชนะที่ระดับนั้น
- แท่งเทียนที่แสดงความลังเลหมายถึงให้รอ ไม่ใช่ให้เทรด
